คนท้องปวดท้อง : อันตรายไหมแม่ท้องต้องรู้เอาไว้

เพราะการตั้งครรภ์ของคุณแม่ในระยะเวลา 9 เดือน ร่างกายเปลี่ยนไปมากมาย แม่ท้องต้องรู้เอาไว้ อาการปวดท้องของคนท้องแบบไหนปกติ แบบไหนอันตราย ฉุกเฉินไหม อย่าชะล่าใจไม่ไปหาหมอ

ทำไมถึงมีอาการปวดท้องขณะตั้งครรภ์

การตั้งครรภ์ ร่างกายของคุณแม่จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จนร่างกายอาจรับไม่ทัน และทำให้มีอาการปวดท้อง สาเหตุสำคัญก็คือ มดลูกของคุณแม่กำลังเริ่มขยายขนาดให้ใหญ่ขึ้นนั่นเอง โดยอาจเริ่มปวดท้องทางด้านขวาหรือซ้าย เนื่องจากการฝังตัวของตัวอ่อน แต่จะเกิดขึ้นไม่นาน

นอกจากนี้ ระหว่างตั้งครรภ์ หากคุณแม่มีเพศสัมพันธ์ เดินออกกำลังกาย หรือขึ้นลงบันได ก็อาจทำให้มีอาการปวดท้องน้อยได้ เนื่องจากมีการใช้งานของกล้ามเนื้อในส่วนนั้น ๆ

สาเหตุคนท้องปวดท้องข้างซ้ายและปวดท้องน้อย

คนท้องปวดท้องน้อย อันตรายไหม ก่อนอื่นคุณแม่ต้องสังเกตตัวเองว่าตัวเองมีอาการอื่นร่วมด้วยหรือเปล่า ปวดบ่อยแค่ไหน และช่วงเวลาที่ปวดคุณแม่ตั้งครรภ์อยู่ในไตรมาสที่เท่าไหร่ ลองมาหาคำตอบกันค่ะท้องน้อยอยู่บริเวณไหน

ท้องน้อยจะอยู่บริเวณใต้สะดือ ประกอบไปด้วยอวัยวะต่างๆ ได้แก่ ลำไส้เล็ก กระเพาะปัสสาวะ ท่อปัสสาวะ ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ มดลูก รังไข่ และช่องคลอดลักษณะอาการ

อาการปวดตรงช่วงท้องน้อย ปวดแบบหน่วงหรือปวดจี๊ด ๆ คล้ายกับอาการปวดประจำเดือน โดยจะมีอาการปวดเป็นพัก ๆ จากนั้นจึงจะค่อย ๆ จะหายไปเอง

1.มดลูกเอียง

มดลูกของคุณเอียงไปทางด้านขวา ทำให้เอ็นที่ยึดมดลูกทางด้านซ้ายเกิดอาการตึง คุณแม่จึงรู้สึกเจ็บปวดเป็นระยะๆ ตอนที่คุณแม่หัวเราะ หรือมีการเคลื่อนไหวเร็วๆ จะรู้สึกเจ็บ บางครั้งอาการนี้ก็จะลามไปยังบริเวณขาหนีบได้ โดยวิธีบรรเทาอาการเจ็บนี้คุณแม่อาจต้องแก้อาการด้วยการเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ ค่ะ หรืออาจลองปรึกษาคุณหมอเพื่อหาแนวทางการช่วยบรรเทาอาการปวดท้อง

2.ถุงน้ำรังไข่หรือซีสต์รังไข่ คุณแม่บางคนอาจรู้สึกว่าปวดท้องทางด้านซ้ายล่าง อาจสันนิษฐานได้ว่าคุณแม่เป็นซีสต์ที่รังไข่ได้ ส่วนสาเหตุก็เป็นเพราะว่าในระหว่างที่คุณแม่ตั้งครรภ์ถุงรังไข่ยังคงผลิตไข่ ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนโพรเจสเทอโรนและสร้างอีสโทรเจน ซึ่งซีสต์หรือถุงน้ำในรังไข่อาจจะฝ่อลงไปได้ หรืออาจจะซ่อนอยู่หลังมดลูกทำให้คุณหมอตรวจพบได้ยาก แต่ถ้าถุงน้ำรังไข่นี้โตขึ้นเรื่อยๆ จนถึงช่วยคลอดอาจทำให้คุณแม่คลอดลูกได้ยาก เพราะว่าถุงน้ำนี้อาจไปขวางช่องคลอดลูกได้ สำหรับอาการที่พบ มีดังนี้ ปวดท้อง ปวดปัสสาวะบ่อยปวดท้องบริเวณส่วนล่างและปวดหลัง มีเลือดออกผิดปกติ

3.ระบบทางเดินอาหาร การเกิดแก๊ซในกระเพาะและเกิดอารท้องผูก สิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณแม่รู้สึกปวดท้องบริเวณด้านซ้ายได้ แต่บางครั้งก็ไม่ได้เกิดจากการตั้งครรภ์แต่เกิดจากอาการเจ็บปวดของร่างกาย เช่น ตับอ่อนอักเสบ หรือนิ่ว เพราะเวลาที่คุณแม่เป็นตับอ่อนอักเสบ จะทำให้รู้สึกว่าปวดท้องบริเวณกลางท้องหรือด้ารซ้ายของท้อง

4.ท้องนอกมดลูก อีกหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้คุณแม่ปวดท้องทางด้านซ้าย อาการนี้จะไม่แสดงออกมาในช่วงสัปดาห์แรกๆ ของการตั้งครรภ์ค่ะ สาเหตุที่เกิดการตั้งครรภ์นอกมดลูกมาจากการฝังตัวของไข่ที่ถูกผสมนอกโพรงมดลูก ส่วนใหญ่มักจะไปฝังตัวที่ท่อนำไข่ และหากปล่อยให้ตัวอ่อนเจริญเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนท่อนำไข่นี้แตก ก็จะทำให้คุณแม่เสี่ยงต่อการตกเลือดและอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้ อาการที่พบ มีดังนี้ เจ็บที่ท้องหรือท้องน้อย ลักษณะแบบบีบรัดเป็นช่วงๆ ปวดร้าวไปที่หัวไหล่ เจ็บหน้าอก ปวดหลังส่วนล่าง มีเลือดออกทางช่องคลอด บางคนมีอาการหน้ามืดคล้ายจะเป็นลมด้วย

คนท้องปวดท้องบิด

อาจเกิดได้จากอวัยวะที่มีลักษะเป็นท่อ อาทิเช่น ระบบทางเดิน เช่น อาหารลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ กระเพาะอาหาร ท่อน้ำดี ระบบสืบพันธุ์ เช่น มดลูก ปีกมดลูก ระบบทางเดินปัสสาวะ เช่น ท่อไต หรือ ถ้ามีประวัติเคยผ่าตัดมาก่อน อาจจะสัมพันธ์กับการเกิดผังพืดในช่องท้องได้ค่ะ

ดังนั้น อาจเกิดจากการอุดตันของอวัยวะ เหล่านี้ได้ เช่น นิ่วในท่อน้ำดี นิ่วที่ท่อไต ลำไส้อุดตัน หรือการอักเสบ เช่น ติดเชื้ออุ้งเชิงกราน ลำไส้อักเสบ หรือลำไส้แปรปรวน กรวยไตอักเสบ ดังนั้น เเนะนำว่า อาจลองปรึกษาแพทย์เพิ่มเติม เพื่อสืบค้นหาสาเหตุค่ะ เช่น ตรวจร่างกายอย่างละเอียด เเละสืบค้นเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุ เช่น อัลตร้าวาวน์ช่องท้องค่ะ

ปวดท้องบิด ท้องเสีย อาหารเป็นพิษหรือเปล่า

อาการที่บ่งบอกว่าอาหารเป็นพิษนั้น สังเกตได้โดย หลังจากที่ทานอาหารที่ไม่สะอาดเข้าไป เชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายจะมีระยะฟักตัว ทั้งนี้ จะเร็วหรือช้า ก็ขึ้นอยู่กับปริมาณอาหารที่ทานเข้าไป และภูมิคุ้มกันร่างกายของแต่ละคน ซึ่งคุณแม่ท้องสามารถสังเกตตัวเอง ที่บ่งบอกได้ว่า อาการอาหารเป็นพิษกำลังขึ้น ได้จากอาการเหล่านี้ ได้แก่

  • ท้องเสีย
  • ปวดท้องมาก มีลักษณะการปวดท้องแบบบิด ๆ
  • มีอาการคลื่นไส้ และอาเจียนร่วมด้วย
  • มีอาการครั่นเนื้อ ครั่นตัว ตัวร้อน เป็นไข้ร่วมด้วย
  • มีอาการปวดศีรษะ ปวดเมื่อยเนื้อตัว กล้ามเนื้ออ่อนแรงร่วมด้วย

อาการแบบไหนต้องรีบไปพบคุณหมอ

หากแม่ท้องมีอาการท้องเสียในลักษณะอุจจาระมีมูกปน มีกลิ่นเหม็นผิดปกติ คล้ายของเน่า คลื่นไส้ อาเจียนรุนแรง มีไข้สูงเกินกว่า 38.5 องศาเซลเซียส อ่อนเพลียมาก หรือมีอาการนานกว่า 48 ชั่วโมง อาการท้องเสียในลักษณะนี้ แม่ท้องไม่ควรซื้อยามากินเอง เพราะถ้าอาการรุนแรง อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ และควรรีบไปพบคุณหมอโดยด่วน

หากคุณแม่ท้อง สังเกตได้ว่า ตนเองมีอาการ ของอาหารเป็นพิษเกิดขึ้น อันดับแรก ให้รีบไปพบคุณหมอโดยเร็ว เพื่อรักษาอาการให้บรรเทาลง และหายป่วยจากอาการอาหารเป็นพิษได้อย่างรวดเร็ว ไม่ควรปล่อยอาการอาหารเป็นพิษทิ้งไว้ เพราะเมื่อมีการถ่ายอุจจาระที่รุนแรง นั่นแสดงว่า ร่างกายต้องสูญเสียน้ำเป็นจำนวนมาก ซึ่งย่อมไม่ดีต่อร่างกายของแม่ท้อง รวมถึงทารกในครรภ์ด้วย  อีกทั้งไม่แนะนำให้ไปซื้อยามาทานเองโดยเด็ดขาด เพราะอาจเป็นอันตรายได้

อาการต่างๆ ที่เกิดขึ้น แม้จะเล็กๆ น้อยๆ ถ้าแม่ท้องไม่สบายใจ ลองปรึกษาคุณหมอดูว่า อาการปวดเหล่านี้เกิดขึ้นเป็นปกติธรรมดา หรือมีบางอย่างที่ต้องกังวล จะได้แก้ไขก่อนที่มันจะสายเกินไปนะคะ

สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่เดินเยอะ ยืนนาน หรือมีอาการปวดตัว ปวดหลัง ปวดหน่วง บริเวณท้อง ต้องกุมท้องช่วยพยุงตลอดเวลา ทาง Mama Beyond มีตัวช่วยมาแนะนำ Mama Beyond เข็มขัดพยุงครรภ์ นวัตกรรมจากสหรัฐอเมริกา ช่วยให้หายปวดหลังขณะตั้งครรภ์ เบาสบาย เดินได้คล่องขึ้น สนใจสั่งซื้อ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.mamabeyond.com/